ยินดีต้อนรับ, Guest
 
Navigator : HelpLink.net  > ฟอร์เวิร์ดเมล์สุขภาพ  
  ตั้งกระทู้ใหม่ 1 หน้า:   [1]  
  ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009   
Option
View
กระทู้ก่อนหน้า
กระทู้ัถัดไป
admin   โพสเมื่อ :  20 พฤษภาคม 52 , 15:32:48
กลุ่ม : Member
เข้าร่วมเมื่อ : 04 กุมภาพันธ์ 52 , 23:00:20
โพสต์กระทู้ : 43
 
ช่วงนี้หลายคนอาจตื่นตระหนกกับโรค​​ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ซึ่งแพร่ระบาดอยู่ในประเทศเม็กซิโกและขยายไปยังประเทศอื่นๆ​​​ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเจ้าไวรัสนี้​​ เราจึงนำความรู้เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่​​ 2009 มาแนะนำให้รู้จัก

1. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือแต่เดิมเรียกไข้หวัดหมู เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากเชื้อไวรัสชนิด​​ A สายพันธุ์ H1N1 ที่มีสารพันธุกรรมของไวรัสของคน​​ หมู และนกผสมกัน แต่มีความแตกต่างจากไข้หวัดดั้งเดิมที่พบในหมูที่เกิดขึ้นได้ตามฤดูกาล​​​ อีกทั้งลักษณะสายพันธุ์ ไม่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ในคน​​ ไวรัสสายพันธุ์นี้เป็นการกลายพันธุ์ของเชื้อในตัวคน​​ ไม่ใช่จากหมูสู่คน ดังนั้น ภายหลังการประชุมเร่งด่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก​​ H1N1 ของกรมควบคุมโรคของไทยเมื่อวันที่​​ 27 เม.ย. จึงให้เรียกชื่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก”​​ ต่อมา องค์การอนามัยโลก ได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการว่า​​ ‘ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ​​ 2009H1N1‘ และมีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารและสร้างความเข้าใจแก่สาธารณะ​​ สาเหตุที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว​​ เนื่องจากคนไม่มีภูมิต้านทานโรคชนิดนี้ตามธรรมชาติ​​ และวัคซีนสำหรับโรคนี้จะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการพัฒนาขึ้นมา
​​​
2. การติดต่อจากคนสู่คน ไม่ใช่จากหมูสู่คน ไม่เหมือนไข้หวัดนก เชื้อไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป​​​ คือ เชื้อนั้นจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่​​ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา​​ เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ส่วนประชาชนที่บริโภคหมูก็ไม่ต้องกลัว​​ เพราะหากปรุงสุกก็ไม่มีอันตรายอะไร
​​
3. อาการ ลักษณะคล้ายคนเป็นไข้หวัดใหญ่​​ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก นอกจากนี้ ในผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หากติดเชื้อจะทำให้มีอาการรุนแรงขึ้นได้​​ หากท่านมีความรู้สึกว่าจะ ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ไม่สบายแล้ว ควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา​​ แต่ท่านไม่ต้องตกใจ เพราะอาจเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น​​ การค้นพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่​​ 2009 ได้เร็ว จะสามารถแยกโรค แยกผู้ป่วยไม่ให้กระจายเชื้อ​​ โดยสวมหน้ากากอนามัยและให้ยาทามิฟลู​​ หรือโอเซลทามิเวียร์ภายใน 48 ชั่วโมงที่มีไข้ ส่วนใหญ่รอดชีวิต ซึ่งขณะนี้ไทยมียาต้านไวรัส “ทามิฟลู” สำรองไว้ 3 ล้านเม็ด ซึ่งสามารถรักษาคนได้ 3 แสนคน และกรณีฉุกเฉินองค์การเภสัชกรรม​​ สามารถผลิตเพิ่มได้อีกประมาณ​​ 1 ล้านเม็ด

4. ความแตกต่าง ไข้หวัดนกจะกระจายไปทุกระบบของร่างกาย​​ แต่ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกจะไปเฉพาะระบบทางเดินหายใจ​​ จึงทำให้อาการรุนแรงน้อยกว่า​​ อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดปอดอักเสบที่อาจนำไปสู่ระบบหายใจล้มเหลวและทำให้เสียชีวิตได้​
​​​
5. ความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่​​ 2009 หากเทียบกับไข้หวัดนกนับว่าน้อยกว่า​​ มีเพียง 6% เท่านั้นที่เสียชีวิต แต่ความสามารถแพร่ระบาดขยายวงกว้างได้มากกว่า​​ ขณะที่ผู้ป่วยไข้หวัดนกสายพันธุ์​​ H5N1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรงที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมีผู้เสียชีวิตสูงถึง​​​ 65%

6. มาตรการของโลก ขณะนี้องค์การอนามัยโลก ( WHO) ได้ประกาศยกระดับการแพร่ระบาด​​ การติดต่อจากคนสู่คน และขยายวงกว้างในระดับประเทศ​​ ได้แก่ สหรัฐฯ สเปน แคนาดา ฝรั่งเศส อิสราเอล สวีเดน สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ ซึ่งหมายความว่า มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากที่จะเป็นโรคระบาดไปทั่วโลก​​​ ทั้งนี้การเพิ่มระดับการเตือนภัยมีความสำคัญเพราะ​​ เป็นการส่งสัญญาณถึงรัฐบาลชาติต่างๆ​​ ว่าสมควรเพิ่มการตรวจตรา เตรียมความพร้อมที่จะรับมือ และประเมินอย่างจริงจังเรื่องขั้นตอนต่างๆ​​ ที่จะใช้รับมือหากโรคนี้ระบาดไปทั่วโลก​​

วิธีป้องกันตัวให้ปลอดภัยจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่​​ 2009

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ติดต่อได้เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป​​ คือเชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และแพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอหรือจาม​​ การรับประทานอาหารร่วมช้อนและภาชนะ​​ หรือติดจากการสัมผัสมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่​​​ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา​​ เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา

วิธีการเบื้องต้นที่จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อและการติดเชื้อ
​​​
- หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด​​ โดยเฉพาะห้องแอร์ ที่ที่คนอยู่กันมากๆ เป็นกลุ่ม เช่น สถานีขนส่ง สถานพยาบาล โรงภาพยนตร์ เป็นต้น
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
- รักษาความสะอาดของสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ​​ ในชีวิตประจำวัน
- ควรทำความสะอาดมือหลังจากการไอ​​ จาม และเมื่อต้องสัมผัสกับเครื่องใช้สาธารณะ​​ เช่น ที่จับรถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ต​​ ราวรถประจำทาง ลูกบิดประตู ปุ่มลิฟต์ ราวบันได เป็นต้น
- ไม่ทักทายกันด้วยการจูบ หรือสัมผัสมือ
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเห็นสมควร​​ หรือคิดว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อ
​​ - ไม่รับประทานอาหารร่วมช้อนและภาชนะเดียวกันกับผู้อื่น
​​ - จัดสถานที่อยู่อาศัยและที่ทำงานให้อากาศถ่ายเทสะดวก
​​ - รักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์​​ โดยเฉพาะผักผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ปิดปาก-จมูกด้วยมือทันทีที่ไอหรือจาม​​ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ
- ไม่ใช้มือแคะจมูกหรือขยี้ตา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดโรค
​​ - คนที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่​​ (flu-like) เช่น ไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ ฯลฯ ควรหยุดงาน อยู่กับบ้าน ไม่ควรใช้ยานพาหนะขนส่งมวลชน(หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากเพื่อป้องกันโดยส่วนร​วม)​​​ และควรไปพบแพทย์
- หลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรค​​​ หรือกำลังลังมีโรคระบาด

ช่วยกันป้องกันและดูแลเอาใจใส่​​ สุขภาพของตนเองทุกท่านก็จะปลอดภัย​​

ที่มา www.thaihealth.or.th และ www.oknation.net
 
    กลัับด้านบน
  ตั้งกระทู้ใหม่ 1 หน้า:   [1]  
  ไปยังหัวข้อ