ยินดีต้อนรับ, Guest
 
Navigator : HelpLink.net  > ห้องคุยเล่น  
  ตั้งกระทู้ใหม่ 1 หน้า:   [1]  
  ท่องเที่ยว(อย่าง)ปลอดภัย ในสถานการณ์หวัด 2009   
Option
View
กระทู้ก่อนหน้า
กระทู้ัถัดไป
superoyo   โพสเมื่อ :  30 กรกฏาคม 52 , 11:18:10
กลุ่ม : Member
เข้าร่วมเมื่อ : 30 กรกฏาคม 52 , 11:07:14
โพสต์กระทู้ : 2
 
ในปีนี้การท่องเที่ยวของไทยถูกศึกหนักรุมเร้าในหลายด้าน​​ ทั้งเรื่องปัญหาราคาน้ำมัน ปัญหาเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ​​ และล่าสุดกับปัญหาโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่​​ 2009 ที่ทำเอาหลายๆคนกลัวไม่กล้าจะออกไปเที่ยวไหน​​

แต่อันที่จริงแล้วถ้ารู้จักป้องกันตัว​​ ดูแลรักษาสุขภาพพลานามัย ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข​​ เราก็สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวกันได้อย่างปกติ​​ ซึ่งกูรูทางการท่องเที่ยว 3 คน ได้ให้ทัศนะ คำแนะนำ และข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวในสถานการณ์ไข้หวัด​​​ 2009 ไว้ดังนี้

วันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​​ (ททท.) ฝ่ายการตลาดในประเทศ กล่าวถึงเรื่องของไข้หวัดใหญ่​​ 2009 ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกำลังวิตกกันอยู่ในขณะนี้ว่า​​​ ตนไม่อยากให้นักท่องเที่ยวตกใจ​​ เพราะถ้ามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง​​ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางกระทรวงสาธารณสุขก็จะอยู่ได้อย่างปลอดภัย
​​​
ส่วนท่านไหนที่คิดว่าไม่สบายก็หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในสถานที่แออัด​​​ การใส่หน้ากากอนามัยที่ทางรัฐบาลรณรงค์ป้องกันให้ใส่อยู่ในขณะนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่​จะช่วยให้ท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น​​​​ ยิ่งช่วงนี้อาจจะอยู่ในช่วงหน้าฝนด้วย​​ การติดหวัดจึงเป็นไปได้ง่าย แต่ไม่อยากให้คนไทยนำไปเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว
​​
สำหรับเรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009 สำคัญที่การป้องกันและระวัง แต่ไม่อยากให้ตื่นตระหนก ในแหล่งชุมชนอยากให้ใส่หน้ากากและฟังคำเตือนจากสาธารณสุขอยู่ต่อเนื่อง​​​ ในเรื่องการจับต้องสิ่งของต่างๆ​​ ก็ต้องล้างมือบ่อยๆ กินอาหารร้อนๆ

ขณะนี้มาตรการรองรับ เรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ทาง ททท. มีก็คือ การร่วมมือกับทางกระทรวงสาธารณสุขเผยแพร่ข้อมูลป้องกันแก่นักท่องเที่ยว​​​ ถ้าใครกลัวที่จะเที่ยวเพราะไข้หวัด​​ 2009 ก็อยากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติและสงบอย่างอุทยานฯ​​​ หรือวัด ทุกคนอยู่กับธรรมชาติยังไงก็ปลอดภัย​​ หลีกจากการเที่ยวผับ บาร์ หาความสดชื่นตามธรรมชาติน่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ห่างไกลจากไข้หวัดใหญ่​​​ 2009 ได้

ด้าน คุณวินิจ รังผึ้ง บรรณาธิการอนุสาร อ.ส.ท. กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่​​ 2009 ที่กำลังระบาดอยู่ในบ้านเราตอนนี้ที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวว่า​​​ โรคไข้หวัด 2009 ค่อนข้างมีผลกระทบมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศตอนนี้หายไปเยอะมาก​​ หลายๆประเทศค่อนข้างจะตื่นกลัวกับไข้หวัดใหญ่​​ 2009 พอสมควร แสดงให้เห็นว่าโรคไข้หวัด 2009 นั้นแพร่กระจายมาก คนจึงตื่นตระหนกกัน นักท่องเที่ยวเองหากตอนนี้ถ้าเลือกได้ต่างก็จะงดการเดินทางท่องเที่ยวกัน
​​​
“ปกติการใช้ชีวิตประจำวันก็ค่อนข้างมีอัตราเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้อยู่แล้ว​​​ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือในรถประจำทาง รถสาธารณะ ในห้าง ในพื้นที่ต่างๆ ฉะนั้นความเสี่ยงมันอยู่ใกล้ตัวเรามากทุกที​​ ถ้าหากควบคุมไม่ได้ถึงขั้นปิดหรือสั่งให้หยุดกิจกรรมต่างๆ​​​ หรือสถานบันเทิงต่างๆ เพื่อเป็นการหยุดการแพร่กระจายของเชื้อหวัด​​ ผมคิดว่าถ้ามองอีกแง่หนึ่งเราก็สามารถเดินทางออกไปท่องเที่ยวยังสถานที่อื่นๆ​​​ ได้อีกมากมาย ตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ​​ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ชายทะเล หรือที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีแล้ว ผมคิดว่าอัตราเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค​​ และการแพร่กระจายของเชื้อโรคน้อยกว่าการใช้ชีวิตประจำวัน”​​​ วินิจ กล่าว

คุณวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมองเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่มีผลต่อการท่องเที่ยวจริงๆ​​ น่าจะมองในทางกลับกันว่า ตัวกิจกรรมท่องเที่ยวไม่ได้ส่งผลกระทบ​​ นอกจากการท่องเที่ยวในรูปแบบกิจกรรมที่เป็นเทศกาลหรือเป็นงานที่คนต้องไปรวมตัวกันดู​การแสดงเป็นจำนวนมาก​​​ หรือต้องมาอยู่ใกล้ชิดกัน ตรงจุดนี้ดูจะมีความเสี่ยงสูงของการติดเชื้อมากกว่า​​ ส่วนการท่องเที่ยวทั่วไปมีความเสี่ยงน้อยมาก
​​
“การไปเที่ยวในผับในเทค หรือตามห้างสรรพสินค้าของเยาวชน​​ ผมว่าก็ไปเที่ยวเฉพาะที่จำเป็น​​ แล้วหันไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติจะดีกว่า​​ พื้นที่ธรรมชาติของเรามีมากมายกระจายกันอยู่​​ ไปเที่ยวแล้วเสี่ยงต่อการติดโรคน้อย​​ แล้วในส่วนของการเดินทางหากนักท่องเที่ยวต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น​​​ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน รถปรับอากาศ หรือรถทัวร์ต่างๆ เราก็ป้องกันตัวเองได้ อย่างเช่น ใช้หน้ากากอนามัยปิดจมูก ปิดปากไป แล้วก็การสัมผัสมือจับอะไรต่างๆ​​ เราก็พยายามใช้มือมาให้สัมผัสกับตัวเราให้น้อยที่สุด​​ อย่างการเอาเข้าปาก หรือไปแกะ แคะ ปาก จมูก ไปขยี้ตาก็พยายามทำให้น้อยที่สุด​​ แล้วก็ล้างมือให้บ่อยที่สุดเท่าที่มีโอกาส​​ หรือจะใช้เจลแอลกอฮอลล์ติดตัวไป​​ ก็จะสามารถช่วยป้องกันเชื้อได้”​​ คุณวินิจ กล่าว

ส่วน คุณวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย​​ มีความเห็นว่า โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็มีส่วนกระทบกับการท่องเที่ยวอยู่แล้ว​​ เพราะคนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอยากจะไปไหนมาไหน​​ แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่งกลับคิดว่าเป็นส่วนที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ​​​ เช่น คนที่จะไปเดินห้าง ที่ชุมนุม ที่ช้อปปิ้ง หรือสถานที่แออัดยัดเยียด บางส่วนอาจจะหลีกหนีไปเป็นการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ๆ​​​ ก็อาจจะเป็นไปได้ ซึ่งก็เป็นผลดีส่วนหนึ่ง

“ผมคิดว่าในทุกสิ่งทุกอย่างบางครั้งวิกฤตมันจะเป็นโอกาส​​ แต่ในเรื่องของการไปเที่ยวระยะไกลอาจจะน้อยหน่อย​​ อันนี้มันจะไปเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ​​ แต่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในระยะใกล้ส่วนใหญ่น่าจะเป็นไปได้​​​ เพราะเขาจะไปหาอากาศบริสุทธิ์​​ ไปเป็นครอบครัว เพราะข่าวสารที่ออกมาทำให้คนส่วนหนึ่งจะไม่ไปเข้าโรงหนัง​​​ ไม่ไปที่คนเยอะๆ เขาก็จะไปหาที่โล่ง

ดังนั้นในส่วนนี้มันเป็นไปได้ที่จะใช้ตัวนี้ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในระยะใกล้ได้​​​ ส่วนใครที่มีเงินหน่อยจะไประยะไกลก็ได้​​ แต่ไปในที่ที่ไม่แออัดยัดเยียด​​ เช่น วันเสาร์-อาทิตย์เราควรจะหลีกเลี่ยงพวกตลาดน้ำทั้งหลายที่คนไปกันเยอะๆ​​​ หรือถ้าไม่เลี่ยงก็ต้องเอาผ้าไปปิดปากปิดจมูก​​ แต่ขณะเดียวกันเพื่อไม่ให้คนตกใจมากก็น่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในที่โล่งๆ​​​ เช่น ตามอุทยานแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ถือเป็นการออกกำลังกายด้วย เช่นไปเดินป่า ไปว่ายน้ำ ผมคิดว่าน่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงนี้ด้วยซ้ำไป​​ ว่าน่าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส”​​

ส่วนวิธีการท่องเที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัยจากไข้หวัดใหญ่​​ 2009 วิโรจน์กล่าวว่า สุขภาพคนเรามันอยู่ที่เราต้องดูแลรักษา​​ เรื่องหวัดเราก็รู้แล้วว่าสาเหตุหนึ่งเป็นเรื่องของภูมิต้านทานซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ​​​ ถ้าเรารู้ว่าเรื่องหวัดเกี่ยวข้องกับการพักผ่อนไม่เพียงพอ​​​ ต้องดื่มน้ำมากๆ ทานผลไม้ ตามที่หมอแนะนำอันนี้ก็ช่วยได้​​ เราควรส่งเสริมให้คนหันมากินผลไม้ไทยที่มันเหลือเยอะๆ​​ ตรงนี้ด้วย เราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส​​ เราก็สนับสนุนให้เขาบำรุงสุขภาพด้วยเรื่องกินผลไม้และผักต่างๆ
​​​
“ผมคิดว่าคนเราอย่าอยู่บ้าน เพราะอยู่บ้านถึงไม่ติดหวัดแต่ก็อาจเป็นโรคภัยไข้เจ็บอย่างอื่น​​​ เผลอๆ อาจจะติดหวัดง่ายกว่าด้วยซ้ำไป​​ ไม่แน่อาจจะเป็นโรคอื่นด้วย ควรจะออกนอกบ้านบ้างไม่ใช่ไม่ออกเลย​​ อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกกำลังกายผมว่ามันไม่ดี​​ ควรมาหาอาหารเพื่อสุขภาพทาน และมาร่วมส่งเสริมเรื่องการกินอาหารไทย​​ ผัก ผลไม้กันเยอะๆ” คุณวิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์


 
    กลัับด้านบน
  ตั้งกระทู้ใหม่ 1 หน้า:   [1]  
  ไปยังหัวข้อ